ยานอะพอลโล ยานอวกาศกับปฏิบัติการลงจอดบนดวงจันทร์

ยานอะพอลโล เป็นยานอวกาศจำนวน 14 ลำในโครงการอวกาศอะพอลโลของนาซ่า ซึ่งเป็นโครงการที่สามต่อจากโครงการเมอร์คิวรีและเจมินีโดยจุดประสงค์เพื่อ ขนส่งมนุษย์ขึ้นสู่ดวงจันทร์ โครงการนี้เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1961 จากการประกาศของจอนห์ เอฟ เคนเนดี้ ประธานาธิบดีของสหรัฐซึ่งโครงการดังกล่าวนั้นจะเสร็จสิ้นภายในปี 1971 โดยนาซ่ามีแผน ปฏิบัติการเพื่อส่งนักบินขึ้นบนพื้นผิวดวงจันทร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์โดยยานลำแรกมีชื่อว่า AS-201 ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นอะพอลโล 1 ได้ทดสอบการบินครั้งแรก ในวันที่ 27 มกราคม 1967 แต่เกิดการผิดพลาดยานระเบิดเป็นเหตุให้นักบินเสียชีวิต 3 คน ต่อมาได้มีการทดสอบยานลำดับต่อไปตั้งแต่ยานหมายเลข 4 จนถึง หมายเลย 6 ซึ่งโครจรรอบโลกโดยไม่มีนักบิน ต่อมาเริ่มทดสอบบนยานหมายเลข 7 โดยบรรทุกนักบินโครจรรอบโลกได้สำเร็จ วันที่ 21 ธันวาคม 1968 ทางนาซ่าได้ทดสอบยานหมายเลข 8 โดยการโครจรรอบดวงจันทร์เป็นครั้งแรกต่อมาในวันที่ 26 พฤษภาคม 1969 อะพอลโล 10 ได้ขึ้นสู่อวงกาศ โดยจุดประสงค์บินสู่วงโครจรของดวงจันทร์ด้วยความเร็ว 39,890 …

พระมหาพิชัยราชรถ ยานพาหนะในพระราชพิธีสำคัญของไทย

พระมหาพิชัยราชรถ คือยานพาหนะประเภทราชรถถูกใช้เฉพาะในพระราชพิธีที่สำคัญของไทยราชรถนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นโดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2338 สำหรับพระราชรถนี้ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงมากโดยมีขนาดกว้าง 4.85 เมตร, ยาววัดจากต้นขบวนจนถึงงอนรถ 18 เมตร,สูง 11.20 เมตร น้ำหนัก 13.70 ตัน สำหรับราชรถนี้ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์นั้นระบุว่าถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วเพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีโบราณโดยพระมหาราชรถถูกใช้เฉพาะพระราชพิธีอันเชิญสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกออกถวายพระเพลิง ณ พระเมรุท้องสนามหลวงเมื่อปี พ.ศ. 2339 หลังจากนี้จึงถูกใช้งานในพระราชพิธีอันเชิญพระบรมอัฐิสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์นับตั้งแต่นั้นโดยครั้งเมื่อสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี สิ้นพระชนม์ ในปี พ.ศ. 2342 ก็ได้มีการโปรดเกล้าอันเชิญพระบรมอัฐิบนพระมหาราชรถออกพระเมรุอีกครั้งซึ่งพิธีดังกล่าวก็ถูกใช้เรื่อยๆมาจนถึงปัจจุบัน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยยังคงนำพระราชรถนี้มาใช้งานและยังใช้ต่อไปในพระราชพิธีสำคัญของไทยนับตั้งแต่การสร้างได้มีการใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพและพระศพในพระบรมวงศานุวงศ์มาแล้ว 24 ครั้งนอกจากอันเชิญพระโกศแล้ว พระมหาราชรถยังถูกใช้ประกอบพระอิสริยยศขอพระราชวงศ์ที่พระศพไม่ได้ประทับในพระโกศอีกด้วย สำหรับพระราชรถดั้งเดิมนั้นถูกใช้ในพระราชพิธีนับตั้งแต่พระราชพิธีเชิญพระบรมโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกจนถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2454 ภายหลังการเชิญออกประดิษฐานพระโกศได้เริ่มมีการบูรณะปฏิสงขรณ์เพิ่มล้อเข้ามาอีก 1 ล้อเพื่อรับน้ำหนักและเพิ่มความสวยงาม ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี …

รถราง รถโดยสารไฟฟ้าสุดคลาสสิคไร้มลพิษที่กำลังกลับมาในอนาคต

รถราง เป็นยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งและโดยสารประเภทเดียวกับรถไฟเป็นรถที่วิ่งเฉพาะบนรางและขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่โยงด้านบนเสาไฟ รถชนิดนี้มีลักษณะคล้ายกับรถไฟแต่จะมีขนาดเล็กกว่าและเบากว่า รวมถึงความเร็วที่น้อยกว่าด้วย แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่ค่อยนิยมมากนักแต่ยังคงมีการใช้งานและเปิดบริการในบางประเทศหรือในประเทศที่มีถนนที่คับแคบและไม่มีรถบัสโดยสาร บางชนิดยังมีบางส่วนที่ใช้เครื่องดีเซลอยู่ ปัจจุบันมีการผลิตเครื่องยนต์ชนิดใหม่ขึ้นมาโดยวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าจากสายไฟด้านบนเรียกว่า รถไฟรางเบา พาหนะชนิดนี้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงปี 1900 และมีวิ่งจำนวนมากในประเทศแถบยุโรปและอเมริกาเหนือ ซึ่งใช้ในการเดินทางภายในตัวเมืองปัจจุบันยังคงมีให้เห็นในอเริกานั้นยังมีบริการที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สำหรับในประเทศไทยนั้นพาหนะนี้ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 จากการเสด็จประพาสยุโรปของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีแนวพระราชดำริในการนำรถรางมาใช้ในกรุงเทพเพื่อความเจริญของบ้านเมืองซึ่งการเข้ามามีบทบาทของรถรางนั้นเพื่อเข้ามาแทนที่รถม้าในตอนนั้น ผู้นำเข้ามารายแรกคือ จอห์น ลอฟตัส ได้เริ่มวางแผนสร้างเส้นทางวิ่งบริเวณฝั่งพระนครเริ่มจากบางคอแหลม ถนนตก และเดินมาตามเส้นทางถนนเจริญกรุง ซึ่งเป็นจุดที่มีผู้คนสัญจรจำนวนมากเนื่องจากเป็นจุดค้าขาย เริ่มแรกได้สร้างรถโดยใช้การลากรถด้วยม้าซึ่งวิ่งไปตามราง แต่ดูไม่ประสบความสำเร็จนักเนื่องจากมีความล่าช้ามาก จนกระทั่ง นายจอนห์ ลอฟตัส ขายกิจการให้กับนักธุรกิจชาวอังกฤษ ซึ่งได้เข้ามาพัฒนาและปรับปรุงให้สะดวกและมีประสิทธิภาพและไม่จำเป็นต้องใช้แรงงานม้า ซึ่งได้สร้างรถรางขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาใช้งานโดยสามารถวิ่งได้ความเร็วที่ 25 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถบรรทุกคนได้ 15 คน ซึ่งกิจการรถรางของอังกฤษนั้นดำเนินมาได้ 9 ปี หลังจากนั้นก็ขายกิจการให้กับบริษัทของเดนมาร์กในปี พ.ศ. 2446 ในขณะนั้นกรุงเทพเรื่อยมีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ทำให้รถรางได้รับการพัฒนาให้สามารถขับเคลื่อนโดยไฟฟ้า พ.ศ. 2448 รถรางแบบใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้นและสามารถวิ่งได้เร็วกกว่าและประหยัดต้นทุนมากกว่าซึ่งในขณะนั้นได้มีการขยายเส้นทางเพิ่มขึ้นในเขตพระนครโดยขยายเส้นทางจากพระบรมมหาราชวังไปจนถึงสามเสน รถรางเริ่มลดความนิยมลงหลังจากสงครามโลกครั้งที่ …

ยานอวกาศ ยานพาหนะแห่งอนาคตที่คาดว่าใช้ขนส่งทางอวกาศ

ยานอวกาศ จัดว่าเป็นยานพาหนะประเภทหนึ่งซึ่งไม่ถูกใช้ในเชิงพาณิชย์และถูกออกแบบมาเพื่อใช้การบินขึ้นไปยังอวกาศ ยานอวกาศถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ ที่หลากหลายส่วนมากถูกใช้ในโครงการของศูนย์อวกาศ เช่น การสื่อสารโทรคมนาคม, การสังเกตการณ์, การตรวจสอบสภาพอากาศ, การนำทาง รวมถึงใช้ในการ สำรวจดวงดาว ดาวเคราะห์ ยานอวกาศส่วนใหญ่เป็นยานที่ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์สั่งการจากพื้นโลกซึ่งยาวอวกาศที่ใช้บรรทุกมนุษย์หรือสินค้าขึ้นไปนั้นจะถูกเรียกว่า กระสวยอวกาศ ซึ่งจะ ขนส่งผู้โดยสารขึ้นจากโลกไปยังสถานีอวกาศในวงโคจรโลกเท่านั้น ยานอวกาศมีการผลิตและออกแบบเพียง 24 ประเทศทั่วโลกเท่านั้นซึ่งยังไม่มีการถูกใช้ในเชิง พาณิชย์ ยานอวกาศลำแรกถูกออกแบบและผลิตขึ้นโดยสหภาพโซเวียต ในปี 1957 ชื่อว่า สปุตนิก เป็นยานอวกาศลำแรกของโลกและเป็นดาวเทียมดวงแรกของโลกที่ถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรโลกเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ปี 1957 ซึ่งยานได้ขึ้นสู่วงโคจร ที่ระดับความสูงที่ 100 กิโลเมตร ต่อมาได้มีการพัฒนายานอวกาศที่สามารถบรรทุกมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศได้ โดยยานอวกาศลำแรกชื่อว่า Vostok 1 ของสหภาพโซเวียตเป็น ยานอวกาศลำแรกที่บรรทุกมนุษย์ขึ้นสู่อวกาศได้ในปี 1961 โครงการภายใน ยานอวกาศ โดยตัวยานมีลักษณ์เป็นแคปซูลกลมสร้างด้วยอุปกรณ์กันความร้อนและแรงดันได้อย่างดีภายในมีห้องโดยสารที่สามารถควบคุมได้ซึ่งมนุษย์ที่ขึ้นสู่อวกาศจะถูกเรียกว่า นักบินอวกาศ ต่อมาทางสหรัฐอเมริกาได้มีการออกแบบและผลิตยานอวกาศที่มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีปีกสามารถลำเลียงนักบินได้ครั้งละ 7 คนขึ้นไปในปี 1974 ยานอ …

รถไฟ ยานพาหนะสำคัญในยุคบุกเบิกของการขนส่งทางบก

รถไฟ เป็นยานพาหนะประเภทหนึ่งที่ใช้ในการคมนาคมและการขนส่งทางบกโดยขับเคลื่อนไปตามราง 2 เส้นขนานกันรวมถึงประเภทรางเดี่ยวและรางพลังงานแม่เหล็ก รถไฟมีลักษณะเป็นตู้โดยสารต่อกันเรียกว่า โบกี้ ซึ่งลากจูงโดยหัวรถจักรซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้ในการเคลื่อนที่ รถไฟมีการพัฒนาทั้งในด้านความสะดวกสบาย ความเร็ว ปัจจุบันมีการผลิตรถไฟความเร็วสูงเข้ามาเพื่อขนส่งผู้โดยสารได้รวดเร็วขึ้น รถไฟยังถูกแบ่งออกหลายชนิดเช่น หัวรถจักร, รถโดยสาร, รถดีเซลราง, รถสินค้า รถไฟเริ่มคิดค้นขึ้นในช่วงปี 1800 ที่ประเทศอังกฤษ เริ่มแรกถูกใช้ในการขนถ่านหินโดยการใช้ม้าลากจูงไปตามราง ต่อมาในปี 1814  จอร์จ สตีเฟนสัน นักประดิษฐ์ชาว อังกฤษได้คิดค้นสร้างหัวรถจักรไอน้ำนำมาใช้แทนการลากจูงด้วยม้า ซึ่งหัวรถจักรไอน้ำนี้ยังคงใช้ในการขนถ่านหินซึ่งสามารถขนถ่านหินได้มากกว่า เริ่มแรกนั้นยังไม่ ได้แพร่หลายหรือใช้เป็นระบบการขนส่งนัก ต่อมาเริ่มมีการพัฒนาและผลิตรถจักรไอน้ำที่มีแรงขับเคลื่อนมากกว่าและเริ่มใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้าซึ่งใช้ ระบบรางในการขนส่ง กลายเป็นที่นิยมมากของผู้คนในยุคนั้นเนื่องจากการเดินทางที่รวดเร็วกว่าการเดินทางด้วยม้าลากจูง รถไฟจึงกลายเป็นยานพาหนะที่แพร่หลาย ที่สุดในยุคนั้น เริ่มตั้งแต่อังกฤษ, อเมริกา, แคนาดา, เอเชีย, ออสเตรเลีย รถไฟเริ่มวิวัฒนาการมากขึ้นโดยผลิตหัวรถจักรไอน้ำที่ใหญ่ขึ้นและสามารถลากจูงโบกี้รถไฟได้ มากขึ้น รถไฟเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยช่วงปี พ.ศ. 2433 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทางรถไฟสายแรกคือเส้นทาง กรุงเทพมหานคร ถึง สมุทรปราการ ปัจจุบันประเทศไทยมีเส้นทางรถไฟเกือบทั่วประเทศระยะทางกว่า 3,855 …

เรือ สิ่งประดิษฐยานพาหนะที่มีวิวัฒนาการเก่าแก่ที่สุดในโลก

เรือ เป็นยาพาหนะประเภทหนึ่งที่ใช้เดินทางและขนส่งทางน้ำ เรือสามารถแบ่งแยกย่อยออกได้หลายชนิดโครงสร้างส่วนใหญ่ของเรือจะประดิษฐ์ขึ้นเพื่อให้โครงสร้าง นั้นสามารถลอยน้ำได้ ซึ่งไม่รวมแพที่นำไม้ซุงหรือกระบอกกลวงมาผูกต่อกันเพื่อให้ลอยน้ำได้ เรือแบ่งแยกย่อยออกหลายชนิดได้แก่ เรือพาย, เรือแจว, เรือหางยาว, เรือใบ, เรือโดยสาร, เรือบรรทุกสินค้า, เรือบรรทุกน้ำมัน, เรือรบ, เรือดำน้ำ เป็นต้น ซึ่งการขับเคลื่อนนั้นก็แตกต่างออกไปตามชนิดของเรือ เรือจัดว่าเป็นยานพาหนะที่เก่า แก่ที่สุดสันนิฐานว่าเรือถูกสร้างตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์และมีหลักฐานว่าเรือเป็นยานพาหนะยอดนิยมอย่างมากในช่วงยุคโรมัน, กรีก และ ไวกิ้ง ซึ่งมีลักษณะของ เรือคือ มีเสาใบเรือ 2 เสา ขับเคลื่อนโดยการใช้ลมและพาย มีหัวเรือแหลมเพื่อให้เคลื่อนที่ได้เร็วและสามารถเจาะเรือฝ่ายตรงข้ามได้เพื่อโจมตีศัตรู เรือในยุคนี้ส่วนใหญ่ ควบคุมด้วยการใช้แรงงานทาสในการพายเรือประมาณ 60 – 70 คน ซึ่งเรือที่มีขนาดใหญ่ทำให้ต้องมีคนพายแถวละ 6 คน ต่อมาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 เป็นยุคแห่ง การสำรวจซึ่งมีหลักฐานที่ชัดเจนที่สุด เช่น เรือรบ, เรือสินค้า โดยเป็นเรือประเภท เรือสำเภา ในยุคนี้เป็นยุคเริ่มต้นแห่งการสำรวจโดยชาวสเปนและการค้าขายโดยชาว จีน ซึ่งในยุคนี้ก็มีนักสำรวจที่มีชื่อเสียงหลายคน …

ยานพาหนะ สิ่งประดิษฐ์จากอดีตกลายมาเป็นวัตถุทันสมัยของโลกปัจจุบัน

ในสมัยอดีตนั้น ยานพาหนะ ยังไม่มีการประดิษฐ์หรือนำมาใช้งานในด้านการเคลื่อนที่หรือการเดินทางผู้คนในสมัยก่อนยังคงใช้การขนส่งและเดินทางด้วยสัตว์ เช่น ม้า, วัว, ควาย หรือ ช้าง เป็นต้นและด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงของโลกนั้นทำให้การเดินทางด้วยสัตว์เป็นไปอย่างล่าช้า ยานพาหนะ จึงเป็นสิ่งที่มนุษย์เริ่มคิดค้นและ ประดิษฐ์ขึ้นมาแทนที่สัตว์ แม้ว่าในช่วงเริ่มการออกแบบและประดิษฐ์ยานพาหนะขึ้นมานั้นจะยังมีการใช้แรงงานสัตว์ในการเดินทางอยู่บ้าง ในช่วงปี 1810 นักประดิษฐ์ ชาวอังกฤษชื่อว่า โทมัส นิวโคแมน ได้ริเริ่มคิดค้น ยานพาหนะ ที่ใช้ในการขนส่งขึ้นมาโดยการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไอน้ำโดยการใช้ลูกสูบ ซึ่งยานพาหนะชนิดแรกที่ ได้เข้ามามีบทบาทมากในตอนนั้นคือ รถไฟ แต่ในช่วงเริ่มแรกนั้นรถไฟยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก รวมถึงพลังในการขับเคลื่อนยังไม่ไกลนัก ซึ่งในตอนนั้นการเดินทางที่เร็ว ที่สุดคือ การเดินทางล่องไปตามแม่น้ำโดยเรือ เรือจัดว่าเป็นยานพาหนะที่เก่าแก่ที่สุด มีหลักฐานการใช้เรือในการเดินทางและขนส่งต่างๆมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งจุดเริ่มต้นของเรือนั้นคือน่าจะมาสร้างชาวไวกิ้งที่เป็นผู้สร้างเรือขึ้นมาเป็นกลุ่มแรก ในปี 1814 จอร์จ สตีเฟนสัน ได้มีการออกแบบและปรับปรุงหัวรถจักรที่ขับเคลื่อน ด้วยพลังไอน้ำซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมาใช้เป็นระบบขนส่งและการคมนาคมครั้งแรกของโลก ซึ่งยานพาหนะนี้คือ รถไฟไอน้ำ ซึ่งทางโทมัส คุก ได้มีการพัฒนารถไฟไอน้ำ ให้สามารถเดินทางได้เร็วขึ้น รถไฟจึงนำมาใช้ในการบริการขนส่งอย่างทางการในประเทศอังกฤษ ต่อมาในปี 1841 รถไฟก็กลายเป็นยานพาหนะที่สำคัญที่สุดใน …