พระมหาพิชัยราชรถ ยานพาหนะในพระราชพิธีสำคัญของไทย

พระมหาพิชัยราชรถ คือยานพาหนะประเภทราชรถถูกใช้เฉพาะในพระราชพิธีที่สำคัญของไทยราชรถนี้ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นโดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2338 สำหรับพระราชรถนี้ได้รับการออกแบบและสร้างขึ้นอย่างวิจิตรบรรจงมากโดยมีขนาดกว้าง 4.85 เมตร, ยาววัดจากต้นขบวนจนถึงงอนรถ 18 เมตร,สูง 11.20 เมตร น้ำหนัก 13.70 ตัน สำหรับราชรถนี้ตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์นั้นระบุว่าถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้วเพื่อใช้ประกอบพระราชพิธีโบราณโดยพระมหาราชรถถูกใช้เฉพาะพระราชพิธีอันเชิญสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกออกถวายพระเพลิง ณ พระเมรุท้องสนามหลวงเมื่อปี พ.ศ. 2339 หลังจากนี้จึงถูกใช้งานในพระราชพิธีอันเชิญพระบรมอัฐิสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์นับตั้งแต่นั้นโดยครั้งเมื่อสมเด็จพระพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระเทพสุดาวดี สิ้นพระชนม์ ในปี พ.ศ. 2342 ก็ได้มีการโปรดเกล้าอันเชิญพระบรมอัฐิบนพระมหาราชรถออกพระเมรุอีกครั้งซึ่งพิธีดังกล่าวก็ถูกใช้เรื่อยๆมาจนถึงปัจจุบัน ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยยังคงนำพระราชรถนี้มาใช้งานและยังใช้ต่อไปในพระราชพิธีสำคัญของไทยนับตั้งแต่การสร้างได้มีการใช้ในพระราชพิธีพระบรมศพและพระศพในพระบรมวงศานุวงศ์มาแล้ว 24 ครั้งนอกจากอันเชิญพระโกศแล้ว พระมหาราชรถยังถูกใช้ประกอบพระอิสริยยศขอพระราชวงศ์ที่พระศพไม่ได้ประทับในพระโกศอีกด้วย สำหรับพระราชรถดั้งเดิมนั้นถูกใช้ในพระราชพิธีนับตั้งแต่พระราชพิธีเชิญพระบรมโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระปฐมบรมมหาชนกจนถึงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2454 ภายหลังการเชิญออกประดิษฐานพระโกศได้เริ่มมีการบูรณะปฏิสงขรณ์เพิ่มล้อเข้ามาอีก 1 ล้อเพื่อรับน้ำหนักและเพิ่มความสวยงาม ต่อมาในปี พ.ศ. 2539 ในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี …

รถยนต์ ยานพาหนะแห่งการออกแบบที่ซับซ้อนทางวิศวกรรม

รถยนต์ เป็นประเภทของยานพาหนะทางบกโดยรถยนต์นั้นสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานเครื่องยนต์ที่มีความหลากหลายซึ่งในปัจจุบันรถยนต์ใช้พลังงานขับเคลื่อน ด้วยระบบเครื่องยนต์ดีเซลและเบนซิล นอกจากนี้ทางผู้ผลิตยังมีการออกแบบเครื่องยนต์ชนิดใหม่ๆเพื่อตอบสนองผู้ใช้งาน รถยนต์จัดว่าเป็นยานพาหนะที่มีความซับ ซ้อนทางด้านวิศวกรรมอย่างมาก มีการออกแบบตัวถังรถ, เครื่องยนต์, ความปลอดภัยที่มีความหลากหลายตามแต่ละประเภทของรถและตามการใช้งานรวมถึงความเหมาะสม ส่วนใหญ่แล้วรถยนต์นำมา ใช้งานภายในครอบครัวทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นและยี่ห้อของรถยนต์ด้วย รถยนต์อย่างสามารถแบ่งย่อยออกไปตามการใช้งาน เช่น บรรทุกคนตั้งแต่ 2 – 6 คนเรียกว่ารถยนต์ ส่วนตัว, บรรทุกสิ่งของต่างๆ เรียกว่า รถบรรทุก, บรรทุกคนตั้งแต่ 6 คนขึ้นไปเรียกว่า รถโดยสาร จัดว่าเป็นยานพาหนะที่ใช้งานทั้งด้านการขนส่งและคมนาคมได้แพร่ หลายในปัจจุบัน สำหรับรถยนต์ส่วนตัวนั้นยังมีการจำแนกประเภทและการออกแบบตามการใช้งานออกไปอีกมากมายทั้งด้านความหรูหราของตัวรถ, ด้านความ ปลอดภัย, การใช้งาน, ความเร็ว ซึ่งขึ้นอยู่ความต้องการของผู้ใช้รวมถึงราคาที่แตกต่างกันไปด้วย รถยนต์ กับการปฏิวัติอุตสาหกรรมขนส่ง ในช่วงปี 1800 นั้นนับว่าเป็นยุคแห่งปฏิวัติอุตสาหกรรมมีการประยุกต์ใช้พลังงานไอน้ำมาเป็นตัวขับเคลื่อนยานพาหนะแทนที่การใช้แรงงานสัตว์ ปี 1886 คาร์ล เบนซ์ วิศวกรชาวเยอรมันได้ริเริ่มและคิดค้นการออกแบบรถยนต์ขึ้นมาซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนด้วยเชื้อเพลิงเผาไหม้และแรงดันไอน้ำ รถยนต์รุ่นแรกมีลักษณะคล้ายสามล้อใน ปัจจุบันด้านใต้ท้องรถคือเครื่องยนต์ซึ่งเป็นเครื่องจักรไอน้ำ รถยนต์ในยุคแรกเริ่มนั้นถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงมากในตอนนั้น ในยุคแรกของการผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่เป็นการนำน้ำมันเบนซิลเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งตอนนั้นค่อนข้างใช้ต้นทุนสูงแม้ว่าจะมีประสิทธิภาพ ซึ่งในปี …

รถราง รถโดยสารไฟฟ้าสุดคลาสสิคไร้มลพิษที่กำลังกลับมาในอนาคต

รถราง เป็นยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งและโดยสารประเภทเดียวกับรถไฟเป็นรถที่วิ่งเฉพาะบนรางและขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่โยงด้านบนเสาไฟ รถชนิดนี้มีลักษณะคล้ายกับรถไฟแต่จะมีขนาดเล็กกว่าและเบากว่า รวมถึงความเร็วที่น้อยกว่าด้วย แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่ค่อยนิยมมากนักแต่ยังคงมีการใช้งานและเปิดบริการในบางประเทศหรือในประเทศที่มีถนนที่คับแคบและไม่มีรถบัสโดยสาร บางชนิดยังมีบางส่วนที่ใช้เครื่องดีเซลอยู่ ปัจจุบันมีการผลิตเครื่องยนต์ชนิดใหม่ขึ้นมาโดยวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าจากสายไฟด้านบนเรียกว่า รถไฟรางเบา พาหนะชนิดนี้ถือกำเนิดขึ้นในช่วงปี 1900 และมีวิ่งจำนวนมากในประเทศแถบยุโรปและอเมริกาเหนือ ซึ่งใช้ในการเดินทางภายในตัวเมืองปัจจุบันยังคงมีให้เห็นในอเริกานั้นยังมีบริการที่เมืองซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สำหรับในประเทศไทยนั้นพาหนะนี้ได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 จากการเสด็จประพาสยุโรปของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งมีแนวพระราชดำริในการนำรถรางมาใช้ในกรุงเทพเพื่อความเจริญของบ้านเมืองซึ่งการเข้ามามีบทบาทของรถรางนั้นเพื่อเข้ามาแทนที่รถม้าในตอนนั้น ผู้นำเข้ามารายแรกคือ จอห์น ลอฟตัส ได้เริ่มวางแผนสร้างเส้นทางวิ่งบริเวณฝั่งพระนครเริ่มจากบางคอแหลม ถนนตก และเดินมาตามเส้นทางถนนเจริญกรุง ซึ่งเป็นจุดที่มีผู้คนสัญจรจำนวนมากเนื่องจากเป็นจุดค้าขาย เริ่มแรกได้สร้างรถโดยใช้การลากรถด้วยม้าซึ่งวิ่งไปตามราง แต่ดูไม่ประสบความสำเร็จนักเนื่องจากมีความล่าช้ามาก จนกระทั่ง นายจอนห์ ลอฟตัส ขายกิจการให้กับนักธุรกิจชาวอังกฤษ ซึ่งได้เข้ามาพัฒนาและปรับปรุงให้สะดวกและมีประสิทธิภาพและไม่จำเป็นต้องใช้แรงงานม้า ซึ่งได้สร้างรถรางขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาใช้งานโดยสามารถวิ่งได้ความเร็วที่ 25 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถบรรทุกคนได้ 15 คน ซึ่งกิจการรถรางของอังกฤษนั้นดำเนินมาได้ 9 ปี หลังจากนั้นก็ขายกิจการให้กับบริษัทของเดนมาร์กในปี พ.ศ. 2446 ในขณะนั้นกรุงเทพเรื่อยมีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น ทำให้รถรางได้รับการพัฒนาให้สามารถขับเคลื่อนโดยไฟฟ้า พ.ศ. 2448 รถรางแบบใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้นและสามารถวิ่งได้เร็วกกว่าและประหยัดต้นทุนมากกว่าซึ่งในขณะนั้นได้มีการขยายเส้นทางเพิ่มขึ้นในเขตพระนครโดยขยายเส้นทางจากพระบรมมหาราชวังไปจนถึงสามเสน รถรางเริ่มลดความนิยมลงหลังจากสงครามโลกครั้งที่ …

รถไฟ ยานพาหนะสำคัญในยุคบุกเบิกของการขนส่งทางบก

รถไฟ เป็นยานพาหนะประเภทหนึ่งที่ใช้ในการคมนาคมและการขนส่งทางบกโดยขับเคลื่อนไปตามราง 2 เส้นขนานกันรวมถึงประเภทรางเดี่ยวและรางพลังงานแม่เหล็ก รถไฟมีลักษณะเป็นตู้โดยสารต่อกันเรียกว่า โบกี้ ซึ่งลากจูงโดยหัวรถจักรซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่ใช้ในการเคลื่อนที่ รถไฟมีการพัฒนาทั้งในด้านความสะดวกสบาย ความเร็ว ปัจจุบันมีการผลิตรถไฟความเร็วสูงเข้ามาเพื่อขนส่งผู้โดยสารได้รวดเร็วขึ้น รถไฟยังถูกแบ่งออกหลายชนิดเช่น หัวรถจักร, รถโดยสาร, รถดีเซลราง, รถสินค้า รถไฟเริ่มคิดค้นขึ้นในช่วงปี 1800 ที่ประเทศอังกฤษ เริ่มแรกถูกใช้ในการขนถ่านหินโดยการใช้ม้าลากจูงไปตามราง ต่อมาในปี 1814  จอร์จ สตีเฟนสัน นักประดิษฐ์ชาว อังกฤษได้คิดค้นสร้างหัวรถจักรไอน้ำนำมาใช้แทนการลากจูงด้วยม้า ซึ่งหัวรถจักรไอน้ำนี้ยังคงใช้ในการขนถ่านหินซึ่งสามารถขนถ่านหินได้มากกว่า เริ่มแรกนั้นยังไม่ ได้แพร่หลายหรือใช้เป็นระบบการขนส่งนัก ต่อมาเริ่มมีการพัฒนาและผลิตรถจักรไอน้ำที่มีแรงขับเคลื่อนมากกว่าและเริ่มใช้ในการขนส่งผู้โดยสารและขนส่งสินค้าซึ่งใช้ ระบบรางในการขนส่ง กลายเป็นที่นิยมมากของผู้คนในยุคนั้นเนื่องจากการเดินทางที่รวดเร็วกว่าการเดินทางด้วยม้าลากจูง รถไฟจึงกลายเป็นยานพาหนะที่แพร่หลาย ที่สุดในยุคนั้น เริ่มตั้งแต่อังกฤษ, อเมริกา, แคนาดา, เอเชีย, ออสเตรเลีย รถไฟเริ่มวิวัฒนาการมากขึ้นโดยผลิตหัวรถจักรไอน้ำที่ใหญ่ขึ้นและสามารถลากจูงโบกี้รถไฟได้ มากขึ้น รถไฟเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยช่วงปี พ.ศ. 2433 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทางรถไฟสายแรกคือเส้นทาง กรุงเทพมหานคร ถึง สมุทรปราการ ปัจจุบันประเทศไทยมีเส้นทางรถไฟเกือบทั่วประเทศระยะทางกว่า 3,855 …